ถุงอัณฑะบวมคือภาวะที่ถุงอัณฑะซึ่งห่อหุ้มอัณฑะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง อาจปวดหรือไม่ปวดเลยก็ได้ บางคนคลำพบก้อนบนหรือข้างอัณฑะขณะอาบน้ำ
ในถุงอัณฑะมีอัณฑะ ท่อเก็บอสุจิ (epididymis) สายสะดืออัณฑะ (spermatic cord) และหลอดเลือด อาการบวมอาจมาจากส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือเกิดจากอวัยวะในช่องท้องเลื่อนลงมาในถุงอัณฑะผ่านขาหนีบ บวมขึ้นกะทันหันหรือค่อย ๆ บวม ปวดหรือไม่ คลำแล้วเหมือนถุงน้ำหรือก้อนแข็ง ล้วนเป็นเบาะแสสำคัญ
หากปัญหาหลักคืออาการปวด ดูเพิ่มเติมได้ที่บทความปวดอัณฑะ บทความนี้เน้นเรื่องถุงอัณฑะบวมและก้อนที่อัณฑะ สรุปสาเหตุที่พบบ่อย การตรวจ และสถานการณ์ที่ควรรีบพบแพทย์
ประเด็นสำคัญ: สาเหตุที่พบบ่อยของถุงอัณฑะบวม ได้แก่ ถุงน้ำรอบอัณฑะ (hydrocele) หลอดเลือดดำขอดที่ถุงอัณฑะ (varicocele) ท่อเก็บอสุจิอักเสบ และไส้เลื่อนขาหนีบ ส่วนใหญ่รักษาได้ แต่หากคลำพบก้อนแข็งที่ตัวอัณฑะ หรืออัณฑะโตขึ้นหรือแข็งขึ้น ต้องตรวจแยกเนื้องอกอัณฑะ หากถุงอัณฑะปวดรุนแรงและบวมขึ้นกะทันหัน อาจเป็นอัณฑะบิดขั้ว ควรไปห้องฉุกเฉินทันที (โทร 119 ในไต้หวัน) ก้อนไส้เลื่อนที่ดันกลับไม่ได้และปวด หรือมีอาเจียนร่วมด้วย ก็ต้องพบแพทย์ทันที
ถุงอัณฑะบวมกับก้อนที่อัณฑะต่างกันอย่างไร
ถุงอัณฑะบวมคือถุงอัณฑะทั้งหมดหรือข้างใดข้างหนึ่งโตขึ้น มักพบจากน้ำคั่ง หลอดเลือดดำขอด หรือการอักเสบ ส่วนก้อนที่อัณฑะคือคลำพบส่วนที่นูนขึ้นเฉพาะที่บนตัวอัณฑะหรือข้าง ๆ ทั้งสองอย่างอาจเกิดพร้อมกัน และแยกเองได้ยากว่าก้อนมาจากส่วนใด
ถุงอัณฑะบวมแต่ไม่ปวด ไม่ต้องกังวลใช่ไหม
ไม่จำเป็น ถุงน้ำรอบอัณฑะและหลอดเลือดดำขอดส่วนใหญ่ไม่ปวดและมักไม่รุนแรง แต่เนื้องอกอัณฑะก็มักแสดงออกเป็นก้อนที่ไม่ปวด หรืออัณฑะโตขึ้นและแข็งขึ้น หากมีถุงอัณฑะบวมหรือก้อนโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ
ถุงอัณฑะบวมมีสาเหตุที่พบบ่อยอะไรบ้าง

ถุงน้ำรอบอัณฑะคือภาวะที่มีของเหลวสะสมรอบอัณฑะ มักไม่ปวด คลำแล้วเหมือนลูกโป่งใส่น้ำ เกิดได้ข้างเดียวหรือสองข้าง พบบ่อยในทารกแรกเกิด และส่วนใหญ่ยุบเองภายในไม่กี่เดือนหลังคลอด ส่วนในผู้ใหญ่มักไม่ค่อยยุบเอง หากทำให้ไม่สบายอาจพิจารณาผ่าตัด
หลอดเลือดดำขอดที่ถุงอัณฑะคือหลอดเลือดดำในถุงอัณฑะขยายตัว พบบ่อยที่ด้านซ้าย คลำแล้วเหมือนกลุ่มหลอดเลือดคดเคี้ยว อาจรู้สึกหน่วง ๆ และอาจเกี่ยวข้องกับภาวะการเจริญพันธุ์ลดลง ดูเพิ่มเติมได้ที่อาการและการวินิจฉัยหลอดเลือดดำขอดที่ถุงอัณฑะ หากชายสูงอายุเกิดหลอดเลือดดำขอดขึ้นกะทันหัน แพทย์อาจส่งตรวจไตเพื่อแยกเนื้องอกไตที่ขัดขวางการไหลกลับของเลือด
ท่อเก็บอสุจิอักเสบหรืออัณฑะอักเสบมักทำให้ถุงอัณฑะแดง บวม ร้อน และปวด อาจมีไข้ ปัสสาวะแสบขัด หรือมีหนองจากท่อปัสสาวะร่วมด้วย ในชายอายุน้อยมักเกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน และคลามีเดีย ส่วนผู้สูงอายุมักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ไส้เลื่อนขาหนีบคือลำไส้หรือเนื้อเยื่อในช่องท้องเลื่อนลงมาในถุงอัณฑะผ่านขาหนีบ ก้อนมักโตขึ้นเมื่อยืน ไอ หรือเบ่ง และอาจเล็กลงเมื่อนอนราบ ดูเพิ่มเติมได้ที่อาการและการวินิจฉัยไส้เลื่อน
เนื้องอกอัณฑะมักแสดงออกเป็นก้อนที่อัณฑะ อัณฑะโตขึ้น หรือรู้สึกถุงอัณฑะหนักและแข็ง มักเป็นข้างเดียว อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ ไม่ได้แปลว่าเป็นเนื้องอกแน่นอน แต่ต้องรีบตรวจเพื่อยืนยัน สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ การบาดเจ็บ อาการบวมหลังผ่าตัดอวัยวะเพศ และอาการบวมทั้งตัวจากภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคอื่น
ทำไมถุงอัณฑะบวมปวดขึ้นกะทันหันต้องพบแพทย์ทันที
ถุงอัณฑะปวดรุนแรงร่วมกับบวมขึ้นกะทันหัน อาจเป็นอัณฑะบิดขั้ว ซึ่งทำให้เลือดไปเลี้ยงอัณฑะไม่ได้ หากรักษาล่าช้าอาจต้องสูญเสียอัณฑะ ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ควรไปห้องฉุกเฉินทันที (โทร 119 ในไต้หวัน) อย่ารอดูอาการ
| สาเหตุที่เป็นไปได้ | อาการที่พบบ่อย | แนวทางการประเมินที่อาจได้รับ |
|---|---|---|
| ถุงน้ำรอบอัณฑะ | บวมไม่ปวด เหมือนถุงน้ำ ข้างเดียวหรือสองข้าง | คลำตรวจ ส่องไฟ อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ |
| หลอดเลือดดำขอดที่ถุงอัณฑะ | มักเป็นด้านซ้าย เหมือนกลุ่มหลอดเลือดคดเคี้ยว อาจรู้สึกหน่วง | คลำตรวจขณะยืน อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ อัลตราซาวด์ไตเมื่อจำเป็น |
| ท่อเก็บอสุจิอักเสบ/อัณฑะอักเสบ | แดง บวม ร้อน ปวด อาจมีไข้ ไม่สบายขณะปัสสาวะ หรือมีหนอง | ตรวจปัสสาวะ ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อัลตราซาวด์ |
| ไส้เลื่อนขาหนีบ | โตขึ้นเมื่อยืนหรือเบ่ง อาจเล็กลงเมื่อนอนราบ | คลำตรวจ ตรวจขณะไอ อัลตราซาวด์ |
| เนื้องอกอัณฑะ | คลำพบก้อนที่อัณฑะ อัณฑะโตหรือแข็ง มักไม่ปวด | อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ ตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง |
| อัณฑะบิดขั้ว | ปวดรุนแรงกะทันหัน บวม อาจมีคลื่นไส้อาเจียน | ประเมินที่ห้องฉุกเฉินทันที |
ถุงอัณฑะบวมต้องตรวจอะไรบ้าง

แพทย์จะถามว่าบวมเริ่มเมื่อไร บวมขึ้นกะทันหันหรือค่อย ๆ โต ปวดหรือไม่ มีการบาดเจ็บ ไข้ หรืออาการทางปัสสาวะหรือไม่ และก้อนเปลี่ยนไปเมื่อยืนหรือเบ่งหรือไม่ จากนั้นตรวจถุงอัณฑะ อัณฑะ และขาหนีบ
การคลำตรวจและการส่องไฟ
แพทย์จะคลำบริเวณที่บวมเพื่อประเมินว่าก้อนมาจากตัวอัณฑะ ท่อเก็บอสุจิ สายสะดืออัณฑะ หรือขาหนีบ และอาจส่องไฟผ่านถุงอัณฑะ หากบริเวณที่บวมแสงผ่านได้ มีแนวโน้มเป็นถุงน้ำรอบอัณฑะ หลอดเลือดดำขอดอาจไม่ชัดเมื่อนอนราบ แพทย์จึงอาจให้ยืนตรวจ
อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะและการตรวจอื่น ๆ
อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะเป็นการตรวจที่ใช้บ่อยในการประเมินถุงอัณฑะบวม ช่วยแยกน้ำคั่ง หลอดเลือดดำขอด การอักเสบ หรือก้อนเนื้อในอัณฑะ และดูการไหลเวียนเลือดได้ หากสงสัยการติดเชื้อจะตรวจปัสสาวะและคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากสงสัยเนื้องอกอัณฑะอาจตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง และส่งตรวจภาพถ่ายทางรังสีเพิ่มเติมตามผล
| รายการตรวจ | จุดประสงค์หลัก | ข้อจำกัดที่อาจมี |
|---|---|---|
| ซักประวัติและคลำตรวจ | ประเมินตำแหน่งก้อนและความเร่งด่วน | หากบวมมากอาจคลำตัวอัณฑะได้ไม่ชัด |
| การส่องไฟ | ประเมินเบื้องต้นว่ามีของเหลวสะสมหรือไม่ | ใช้แทนการยืนยันด้วยอัลตราซาวด์ไม่ได้ |
| อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ | แยกน้ำคั่ง หลอดเลือดดำขอด การอักเสบ หรือก้อนเนื้อ ประเมินการไหลเวียนเลือด | ต้องให้แพทย์แปลผลร่วมกับอาการ |
| ตรวจปัสสาวะ/คัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | ยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ | ต้องเลือกรายการตามอาการและประวัติการสัมผัส |
| ตรวจเลือด (สารบ่งชี้มะเร็ง) | ช่วยประเมินเมื่อสงสัยเนื้องอกอัณฑะ | ผลปกติไม่สามารถตัดเนื้องอกได้ ต้องดูร่วมกับภาพถ่ายทางรังสี |
ถุงอัณฑะบวมรักษาอย่างไร และดูแลตัวเองประจำวันอย่างไร
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ถุงน้ำรอบอัณฑะหากไม่รบกวนชีวิตประจำวัน สามารถติดตามอาการเป็นระยะ หากโตขึ้นจนไม่สบาย อาจพิจารณาการผ่าตัดถุงน้ำรอบอัณฑะ หลอดเลือดดำขอดหากมีอาการปวดไม่สบายหรือมีผลต่อการเจริญพันธุ์ แพทย์อาจปรึกษาเรื่องการผ่าตัดกับคุณ ส่วนไส้เลื่อนขาหนีบมักต้องประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดซ่อม
ท่อเก็บอสุจิอักเสบมักต้องใช้ยาปฏิชีวนะตามการประเมินของแพทย์ หากเกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คู่นอนก็อาจต้องได้รับการตรวจ ส่วนเนื้องอกอัณฑะต้องให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะรีบวางแผนตรวจเพิ่มเติมและรักษา

ในการดูแลประจำวัน ช่วงที่อักเสบหรือบวมปวด สามารถใส่กางเกงชั้นในแบบกระชับเพื่อยกถุงอัณฑะ และลดกิจกรรมหนัก เมื่อแพทย์อนุญาต อาจใช้ถุงเย็นห่อผ้าขนหนูประคบเย็นช่วงสั้น ๆ หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำแข็งสัมผัสผิวหนังโดยตรง
ตรวจอัณฑะด้วยตัวเองได้ไหม
ได้ หลังอาบน้ำขณะที่ถุงอัณฑะคลายตัว ให้คลำอัณฑะทั้งสองข้างเบา ๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับขนาด รูปร่าง และสัมผัสตามปกติ หากพบก้อนใหม่ ข้างใดข้างหนึ่งโตขึ้นหรือแข็งขึ้น หรือรู้สึกถุงอัณฑะหนัก ควรพบแพทย์ อย่าเฝ้าดูเองนานเกินไป
ถุงอัณฑะบวมแบบไหนควรรีบพบแพทย์
ถุงอัณฑะบวมส่วนใหญ่สามารถนัดตรวจที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกได้ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์:
ถุงอัณฑะปวดรุนแรงและบวมขึ้นกะทันหัน หรือมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย: อาจเป็นอัณฑะบิดขั้ว ควรไปห้องฉุกเฉินทันที (โทร 119 ในไต้หวัน)
ก้อนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะดันกลับไม่ได้ แข็งและปวด หรือมีปวดท้องอาเจียนร่วมด้วย: ควรพบแพทย์ทันที
ถุงอัณฑะแดง บวม ร้อน ปวด ร่วมกับไข้ ปัสสาวะแสบขัด หรือมีหนองจากท่อปัสสาวะ
คลำพบก้อนใหม่ที่อัณฑะ ข้างใดข้างหนึ่งโตขึ้นหรือแข็งขึ้น หรือรู้สึกถุงอัณฑะหนัก
ถุงอัณฑะบวมหรือช้ำชัดเจนหลังได้รับบาดเจ็บ
ต้องพบ อาการบวมที่ไม่ปวดพบบ่อยในถุงน้ำรอบอัณฑะหรือหลอดเลือดดำขอด แต่เนื้องอกอัณฑะก็อาจไม่ปวดได้ ถุงอัณฑะบวมหรือก้อนที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะตรวจยืนยัน
ถุงน้ำรอบอัณฑะในทารกแรกเกิดส่วนใหญ่ยุบเองภายในไม่กี่เดือน ส่วนในผู้ใหญ่มักไม่ค่อยยุบเอง หากไม่รบกวนสามารถติดตามอาการได้ หากโตขึ้นหรือไม่สบายจึงค่อยปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าตัด
ไม่จำเป็น ก้อนอาจมาจากถุงน้ำที่ท่อเก็บอสุจิ การอักเสบ หรือหลอดเลือดดำขอด แต่ก้อนแข็งที่ตัวอัณฑะต้องตรวจแยกเนื้องอก ควรรีบทำอัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ
เป็นไปได้ หลอดเลือดดำขอดพบบ่อยที่ด้านซ้าย คลำแล้วเหมือนกลุ่มหลอดเลือดคดเคี้ยว แต่ถุงน้ำรอบอัณฑะหรือไส้เลื่อนก็ทำให้ข้างหนึ่งโตขึ้นได้ ต้องให้แพทย์คลำตรวจและทำอัลตราซาวด์เพื่อยืนยัน
เริ่มที่แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะได้ ซึ่งสามารถประเมินสาเหตุที่เกี่ยวกับอัณฑะ ท่อเก็บอสุจิ สายสะดืออัณฑะ และไส้เลื่อน หากถุงอัณฑะปวดรุนแรงและบวมขึ้นกะทันหัน ควรไปห้องฉุกเฉินทันที (โทร 119 ในไต้หวัน)
เมื่ออักเสบบวมปวด หากแพทย์อนุญาต การประคบเย็นช่วงสั้น ๆ และยกถุงอัณฑะช่วยได้ แต่เป็นเพียงการดูแลเสริม ใช้แทนการตรวจไม่ได้ หากปวดรุนแรงกะทันหันหรือคลำพบก้อนแข็ง ควรรีบพบแพทย์
แหล่งอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Scrotal swelling
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Hydrocele
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Varicocele
- NHS: Epididymitis
- NHS: Symptoms of testicular cancer
คำแนะนำจากแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
- หากถุงอัณฑะปวดรุนแรงและบวมขึ้นกะทันหัน ควรไปห้องฉุกเฉินทันที (โทร 119 ในไต้หวัน) อย่ารอดูอาการ
- หากคลำพบก้อนใหม่ที่อัณฑะ หรืออัณฑะโตขึ้นหรือแข็งขึ้น แม้ไม่ปวดก็ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจ
- ตรวจอัณฑะด้วยตัวเองหลังอาบน้ำเป็นครั้งคราว เพื่อให้คุ้นเคยกับขนาดและสัมผัสตามปกติ
- หากถุงอัณฑะแดง บวม ร้อน ปวด ร่วมกับไข้หรือไม่สบายขณะปัสสาวะ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินการติดเชื้อ
ถุงอัณฑะบวมส่วนใหญ่รักษาได้ แต่สาเหตุมีมากกว่าหนึ่งอย่าง จะปวดหรือไม่ปวดก็สรุปเองไม่ได้ การคลำตรวจและอัลตราซาวด์แต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้ตรงสาเหตุ หากมีถุงอัณฑะบวมหรือก้อนที่อัณฑะ ควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินด้วยตนเอง