การสื่อสารระหว่างตรวจใช้ภาษาอังกฤษหรือเครื่องมือแปลภาษา
← Browse all education articles

ยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี: ทำความรู้จัก PrEP และ PEP ตามหลักการแพทย์

เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) แพร่กระจายหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ในปัจจุบัน นอกจากความร่วมมือในการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องและการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอแล้ว ยาป้องกันการติดเชื้อก่อนสัมผัส (PrEP) และ ยาป้องกันฉุกเฉินหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ได้กลายเป็นเกราะป้องกันทางชีวการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

กลไกการทำงานของ PrEP

PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ โดยรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอก่อนเกิดความเสี่ยง เพื่อสร้างระดับความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดและเนื้อเยื่อเมือก เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ยาจะเข้าไปยับยั้งเอนไซม์และป้องกันไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวนจนเกิดการติดเชื้อถาวร

รูปแบบการรับประทาน PrEP และประสิทธิภาพ

ตัวยาหลักคือยาต้านไวรัสสูตรผสม Tenofovir (TDF หรือ TAF) และ Emtricitabine (FTC) ผลการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า หากรับประทานยาถูกต้องตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด PrEP สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ได้มากกว่า 90%

  • แบบรับประทานทุกวัน (Daily PrEP): รับประทานวันละ 1 เม็ดในเวลาเดิมทุกวัน ระดับยาจะให้การปกป้องสูงสุดในเนื้อเยื่อทวารหนักหลังรับประทานต่อเนื่องประมาณ 7 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ
  • แบบรับประทานตามเหตุการณ์ (On-Demand / 2+1+1): เหมาะสำหรับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย รับประทาน 2 เม็ดก่อนมีเพศสัมพันธ์ 2-24 ชั่วโมง รับประทาน 1 เม็ดหลังมีเพศสัมพันธ์ 24 ชั่วโมง และอีก 1 เม็ดหลังผ่านไป 48 ชั่วโมง ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

PEP: ยาป้องกันฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมง

PEP (Post-Exposure Prophylaxis) เป็นยาป้องกันฉุกเฉินสำหรับผู้ที่เพิ่งสัมผัสความเสี่ยงมา เช่น ถุงยางฉีกขาด หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องเริ่มรับประทานยา เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง หลังสัมผัสเชื้อ และต้องรับประทานยาต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 28 วัน ห้ามหยุดยาเอง

ขั้นตอนการตรวจก่อนรับยาและข้อควรระวัง

  1. ตรวจยืนยันผลเลือดเอชไอวีเป็นลบ: จำเป็นต้องตรวจก่อนรับยา เพื่อป้องกันการดื้อยาในกรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว
  2. ตรวจการทำงานของไตและไวรัสตับอักเสบ: ตรวจค่าไต (eGFR) และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี
  3. ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นได้: PrEP และ PEP ป้องกันได้เฉพาะเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันซิฟิลิส หนองใน หรือหูดหงอนไก่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยควบคู่เสมอ
  4. ติดตามผลทุก 3 เดือน: พบแพทย์เพื่อตรวจเลือดซ้ำและประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ทาน PrEP แล้วจะไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ ยา PrEP ป้องกันเฉพาะเชื้อ HIV เท่านั้น สำหรับโรคซิฟิลิส หนองใน และหูดหงอนไก่ ยังคงต้องใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกัน

เอกสารอ้างอิง

  1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนวทางการให้บริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี. 2564.
  2. WHO Consolidated Guidelines on HIV Prevention, Testing, and Treatment. 2022.

มีข้อกังวลด้านระบบทางเดินปัสสาวะหรือสุขภาพผู้ชายหรือไม่?

นพ. Cheng-Hsing Hsieh เป็นผู้ประเมินโดยตรง การจองออนไลน์ไม่รองรับการตรวจในวันเดียวกัน