ปัสสาวะแสบขัด หมายถึงอาการเจ็บ แสบ หรือรู้สึกร้อนขณะปัสสาวะ ทางการแพทย์เรียกว่า dysuria ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ แต่ก็อาจมาจากปัญหาของบริเวณใกล้เคียง เช่น ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก หรือช่องคลอด
บางคนรู้สึกแสบที่ปลายท่อปัสสาวะขณะปัสสาวะ บางคนปวดหน่วงที่ท้องน้อยหรือหลังกระดูกหัวหน่าว และอาจมีปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งด่วน ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปนร่วมด้วย ตำแหน่งและช่วงเวลาที่ปวด รวมถึงอาการที่เกิดร่วม เป็นเบาะแสสำคัญในการหาสาเหตุ
ปัสสาวะแสบขัดพบได้บ่อยและไม่ใช่เรื่องน่าอาย สิ่งสำคัญไม่ใช่การเดาสาเหตุเองหรือซื้อยามาใช้เอง แต่คือการแยกให้ออกว่าสถานการณ์ใดควรรีบพบแพทย์ แล้วให้แพทย์ตัดสินใจวิธีดูแลตามผลการตรวจ
สรุปสั้น ๆ: ปัสสาวะแสบขัดส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ ที่พบบ่อยได้แก่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ (มักเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) และต่อมลูกหมากอักเสบ ในผู้หญิงอาจเกี่ยวกับการอักเสบหรือการระคายเคืองของช่องคลอด หากมีไข้ หนาวสั่น ปวดหลัง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ หรือปวดนานเกินหนึ่งวัน ควรรีบพบแพทย์ ผู้ชาย หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่เป็นซ้ำ ยิ่งควรให้แพทย์หาสาเหตุ และไม่แนะนำให้ใช้ยาที่เหลืออยู่เอง
ปัสสาวะแสบขัดคืออะไร ตำแหน่งและช่วงเวลาที่ปวดบอกอะไรได้บ้าง
อาการปวดอาจเกิดที่ปลายท่อปัสสาวะซึ่งเป็นทางที่ปัสสาวะออกจากร่างกาย หรืออาจเป็นการปวดภายใน เช่น หลังกระดูกหัวหน่าว บริเวณกระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก แพทย์มักถามว่าปวดตอนเริ่มปัสสาวะ ระหว่างปัสสาวะ หรือยังปวดต่อหลังปัสสาวะเสร็จ และมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ตัวอย่างเช่น อาการปวดร่วมกับปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งด่วน และไม่สบายท้องน้อย มักพบในการติดเชื้อหรือการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ หากมีสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะหรือคันที่ปลายท่อปัสสาวะร่วมด้วย ต้องนึกถึงท่อปัสสาวะอักเสบ หากมีปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะกลางคืนร่วมด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความปัสสาวะบ่อยและปัสสาวะกลางคืน
ปัสสาวะแสบขัดต้องเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเสมอหรือไม่
ไม่จำเป็น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุที่พบบ่อย แต่ท่อปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบชนิดอินเตอร์สติเชียล กระเพาะปัสสาวะหดเกร็ง และกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลังการฉายรังสีบริเวณเชิงกราน ก็ทำให้ปัสสาวะแสบขัดได้ ในผู้หญิงอาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือน การอักเสบของช่องคลอดหรือปากช่องคลอด หรือการระคายเคืองจากสบู่เหลวและผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม
ดังนั้น เมื่อปัสสาวะแสบขัด ไม่แนะนำให้กินยาปฏิชีวนะที่เหลืออยู่ที่บ้านเอง เพราะชนิดยาหรือวิธีใช้ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้หาสาเหตุที่แท้จริงได้ช้าลง
สาเหตุที่พบบ่อยของปัสสาวะแสบขัดมีอะไรบ้าง

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะชนิดที่พบบ่อย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเพิ่มจำนวนในกระเพาะปัสสาวะ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ แสบร้อนขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งด่วน ไม่สบายท้องน้อย และปัสสาวะขุ่น มีกลิ่น หรือมีเลือดปน หากพบว่าปัสสาวะมีเลือดปน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความปัสสาวะเป็นเลือด
หากการติดเชื้อลุกลามขึ้นไปถึงไต อาจมีไข้ หนาวสั่น และปวดหลังหรือปวดเอวใต้ซี่โครง ภาวะนี้เรียกว่ากรวยไตอักเสบเฉียบพลัน และควรรีบพบแพทย์
ท่อปัสสาวะอักเสบคือภาวะที่ท่อปัสสาวะอักเสบ บวม และเจ็บ มักเกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่นหนองในหรือการติดเชื้อคลามัยเดีย อาจมีอาการแสบร้อนขณะปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งสีขาวหรือขุ่น หรือแสบที่ปลายองคชาต หากเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาการอาจปรากฏหลังมีเพศสัมพันธ์หลายวันถึงหลายสัปดาห์ และบางคนก็ไม่มีอาการเลย
ในผู้ชาย หากปวดหน่วงที่ฝีเย็บ ท้องน้อย หรือเชิงกรานร่วมด้วย อาจเกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบจากแบคทีเรียและกลุ่มอาการปวดเชิงกรานเรื้อรังมีแนวทางดูแลต่างกัน จึงต้องให้แพทย์ประเมินแยกแยะ
นอกจากนี้ ภาวะที่ส่งผลต่อการปัสสาวะและทำให้กระเพาะปัสสาวะถ่ายออกไม่หมด เช่น นิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากโต จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานานก็อาจระคายเคืองท่อปัสสาวะหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ปัสสาวะแสบขัดร่วมกับปวดถุงอัณฑะ ต้องระวังอะไร
หากท่อปัสสาวะอักเสบไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ในบางกรณีการติดเชื้ออาจลามลงไปที่ท่อพักอสุจิ ทำให้ถุงอัณฑะบวมและเจ็บ หากปัสสาวะแสบขัดพร้อมกับปวดอัณฑะหรือถุงอัณฑะ ควรรีบพบแพทย์ และอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความปวดอัณฑะ
| สาเหตุที่เป็นไปได้ | อาการที่พบบ่อย | แนวทางการประเมินที่อาจทำ |
|---|---|---|
| กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง) | แสบร้อนขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งด่วน ไม่สบายท้องน้อย ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน | ตรวจปัสสาวะทั่วไปหรือแถบตรวจ เพาะเชื้อจากปัสสาวะเมื่อจำเป็น |
| กรวยไตอักเสบ (ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบน) | ไข้ หนาวสั่น ปวดหลังหรือเอวใต้ซี่โครง อาจคลื่นไส้ร่วมด้วย | รีบพบแพทย์ ตรวจปัสสาวะและเลือด ตรวจภาพถ่ายทางรังสีเมื่อจำเป็น |
| ท่อปัสสาวะอักเสบ / โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | แสบร้อนขณะปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ คันปลายท่อปัสสาวะ หรืออาจไม่มีอาการ | ตรวจปัสสาวะ ตัวอย่างสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
| ต่อมลูกหมากอักเสบ | ปัสสาวะเจ็บหรือไม่คล่อง ร่วมกับปวดหน่วงที่ฝีเย็บ ท้องน้อย หรือเชิงกราน อาจมีไข้ในระยะเฉียบพลัน | ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจปัสสาวะ ประเมินอื่นเพิ่มตามสถานการณ์ |
| ช่องคลอดอักเสบหรือระคายเคือง (ผู้หญิง) | คันปากช่องคลอด ตกขาวมากขึ้น หรือแสบหลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม | ตรวจภายในและตรวจตกขาวตามอาการ |
| กระเพาะปัสสาวะอักเสบชนิดอินเตอร์สติเชียล / กระเพาะปัสสาวะหดเกร็ง | ปวดกระเพาะปัสสาวะหรือท้องน้อย ไม่สบายขณะปัสสาวะเป็นซ้ำ | แยกการติดเชื้อก่อน แล้วตรวจเพิ่มเติมตามอาการ |
ปัสสาวะแสบขัดในผู้ชายและผู้หญิงต่างกันอย่างไร
ท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชาย เชื้อแบคทีเรียจึงเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่า กระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงพบได้บ่อยในผู้หญิง การตั้งครรภ์ ช่วงหลังวัยหมดประจำเดือน การคุมกำเนิดที่มีสารฆ่าอสุจิ และการเช็ดจากด้านหลังมาด้านหน้าหลังเข้าห้องน้ำ ล้วนอาจเพิ่มความเสี่ยง หากผู้หญิงมีตกขาวมากขึ้นหรือคันปากช่องคลอดร่วมด้วย สาเหตุอาจเกี่ยวกับช่องคลอดอักเสบ
ในทางกลับกัน การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะอย่างเดียวพบได้ไม่บ่อยในผู้ชาย เมื่อผู้ชายมีอาการปัสสาวะแสบขัด ข้อมูลทางการแพทย์โดยทั่วไปจึงแนะนำให้พบแพทย์ เพื่อตรวจว่าเกี่ยวข้องกับท่อปัสสาวะอักเสบ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือปัญหากระเพาะปัสสาวะถ่ายไม่หมดหรือไม่
นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เด็ก ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ หากสงสัยว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเอง
ปัสสาวะแสบขัดต้องตรวจอะไรบ้าง

จุดประสงค์ของการตรวจคือยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หาตำแหน่งและสาเหตุที่เป็นไปได้ของการติดเชื้อ และแยกปัญหาอื่นที่ต้องดูแล แพทย์จะเลือกการตรวจที่เหมาะสมตามอาการ เพศ อายุ และประวัติการเจ็บป่วย
การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
แพทย์จะถามว่าเริ่มปวดเมื่อใด ปวดเฉพาะตอนปัสสาวะหรือไม่ มีไข้หรือปวดหลังร่วมด้วยหรือไม่ ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปนหรือไม่ จำนวนครั้งที่ปัสสาวะเปลี่ยนไปหรือไม่ เคยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมาก่อนหรือไม่ ช่วงนี้มีคู่นอนใหม่หรือไม่ เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือไม่ หรือเคยผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์หรือไม่
ก่อนพบแพทย์ อาจจดเวลาที่เริ่มมีอาการและการเปลี่ยนแปลงไว้ และนำรายชื่อยาที่ใช้อยู่ไปด้วย ผู้หญิงควรแจ้งแพทย์ด้วยว่ามีโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่
การตรวจปัสสาวะและการเพาะเชื้อจากปัสสาวะ
การตรวจปัสสาวะทั่วไปหรือแถบตรวจช่วยประเมินเบื้องต้นว่ามีการติดเชื้อหรือเลือดปนในปัสสาวะหรือไม่ หากอาการไม่ชัดเจน เป็นซ้ำ ไม่ดีขึ้นหลังรักษา หรือสงสัยการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบน แพทย์อาจส่งเพาะเชื้อจากปัสสาวะเพื่อหาเชื้อก่อโรคและใช้ประกอบการเลือกยา
เมื่อสงสัยท่อปัสสาวะอักเสบ อาจต้องเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ หรือใช้ปัสสาวะตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจบางอย่างจะขอให้งดปัสสาวะช่วงหนึ่งก่อนเก็บตัวอย่างเพื่อให้ผลแม่นยำขึ้น โปรดเตรียมตัวตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
อัลตราซาวด์และการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ
หากติดเชื้อซ้ำ ๆ ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่คาด หรือมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย แพทย์อาจตรวจอัลตราซาวด์ไตและกระเพาะปัสสาวะ และส่องกล้องดูภายในกระเพาะปัสสาวะเมื่อจำเป็น เพื่อหาสาเหตุที่เป็นไปได้เพิ่มเติม
| การตรวจ | จุดประสงค์หลัก | ข้อจำกัดที่อาจมี |
|---|---|---|
| การซักประวัติและการตรวจร่างกาย | เข้าใจลักษณะการปวดและอาการร่วม เพื่อกำหนดทิศทางเบื้องต้น | อาการอาจคาบเกี่ยวกัน ต้องใช้ร่วมกับการตรวจอื่น |
| ตรวจปัสสาวะทั่วไป / แถบตรวจ | ประเมินเบื้องต้นถึงการติดเชื้อ เม็ดเลือดขาว หรือเลือดในปัสสาวะ | ผลปกติไม่ได้แปลว่าตัดท่อปัสสาวะอักเสบหรือสาเหตุอื่นออกได้ |
| เพาะเชื้อจากปัสสาวะ | หาเชื้อก่อโรคเพื่อใช้ประกอบการเลือกยา | ต้องรอผล และเก็บตัวอย่างตามคำแนะนำ |
| สารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ / ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | ยืนยันว่าเป็นท่อปัสสาวะอักเสบหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ | เลือกรายการตรวจตามประวัติการสัมผัส บางรายการต้องรอผล |
| อัลตราซาวด์ไตและกระเพาะปัสสาวะ | ประเมินนิ่ว ปัสสาวะเหลือค้างหลังถ่าย หรือความผิดปกติของโครงสร้าง | ไม่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ได้ทั้งหมด ต้องใช้ร่วมกับการประเมินทางคลินิก |
| ส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ | ดูภายในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะโดยตรง | เป็นการตรวจแบบรุกล้ำ ทำตามความจำเป็นทางคลินิก |
ปัสสาวะแสบขัดรักษาอย่างไร และป้องกันในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
การดูแลปัสสาวะแสบขัดขึ้นอยู่กับสาเหตุ ไม่ใช่แค่การบรรเทาปวด แนวทางการรักษาของแต่ละสาเหตุแตกต่างกันมาก จึงต้องให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ หากได้รับยาปฏิชีวนะ ควรใช้ให้ครบตามที่แพทย์สั่งแม้อาการดีขึ้นแล้ว หากอาการแย่ลงเร็วหลังเริ่มรักษา หรือไม่ดีขึ้นภายในราวสองวัน ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินใหม่
ท่อปัสสาวะอักเสบมักต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และคู่นอนในช่วงที่ผ่านมาอาจต้องได้รับการตรวจและรักษาด้วย ควรงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะรักษาครบและอาการหายไป เพื่อไม่ให้ติดเชื้อกลับไปกลับมา ส่วนสาเหตุอย่างต่อมลูกหมากอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบชนิดอินเตอร์สติเชียล หรือช่องคลอดอักเสบ จะได้รับการรักษาและติดตามตามสถานการณ์ของแต่ละคน

การดูแลในชีวิตประจำวัน ควรพักผ่อนให้มากและดื่มน้ำให้เพียงพอจนปัสสาวะมีสีอ่อน ระหว่างที่มีอาการควรลดเครื่องดื่มที่อาจระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ เช่น กาแฟ แอลกอฮอล์ และน้ำผลไม้ ยาแก้ปวดควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาความไม่สบายได้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการพบแพทย์
ในการป้องกัน ควรดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน ไม่กลั้นปัสสาวะเมื่อปวด และไม่รีบร้อนขณะปัสสาวะเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะว่างเท่าที่ทำได้ หลังเข้าห้องน้ำควรเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ สวมกางเกงในผ้าฝ้ายหรือที่หลวมสบาย และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ การใช้ถุงยางอนามัยตลอดการมีเพศสัมพันธ์ก็ช่วยลดความเสี่ยงของท่อปัสสาวะอักเสบและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำบ่อยควรทำอย่างไร
หากเป็นสองครั้งภายในหกเดือน หรือสามครั้งขึ้นไปภายในหนึ่งปี ถือเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ ควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินว่ามีภาวะกระเพาะปัสสาวะถ่ายไม่หมด นิ่ว หรือสาเหตุแฝงอื่นหรือไม่ แล้วจึงวางแผนการป้องกันและติดตามร่วมกัน ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เองทุกครั้ง
ปัสสาวะแสบขัดแบบไหนควรรีบพบแพทย์
ปัสสาวะแสบขัดส่วนใหญ่สามารถนัดตรวจที่คลินิกผู้ป่วยนอกตามปกติได้ แต่หากมีภาวะต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์
มีไข้ หนาวสั่น หรือสั่นเทา หรือปวดหลังหรือปวดเอวใต้ซี่โครง
ปัสสาวะมีเลือดปน หรือมีสารคัดหลั่งจากองคชาตหรือช่องคลอด
ปัสสาวะแสบขัดนานเกินหนึ่งวัน หรืออาการแย่ลงเร็วหลังรักษา หรือไม่ดีขึ้นภายในราวสองวัน
ปัสสาวะแสบขัดในผู้ชาย หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ
หากมีอาการสับสน ง่วงซึมผิดปกติ หรือพูดลำบากร่วมด้วย ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีหรือโทรเรียกรถพยาบาล (ในไต้หวันโทร 119) ควรมีคนพาไปและไม่ควรขับรถเอง
การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยบรรเทาความไม่สบายได้ แต่ไม่สามารถทดแทนการพบแพทย์ หากมีไข้ ปวดหลัง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีสารคัดหลั่ง หรือปวดนานเกินหนึ่งวัน ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจและรักษาหรือไม่
ไม่จำเป็น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือปัญหากระเพาะปัสสาวะถ่ายไม่หมด ก็ทำให้ปัสสาวะแสบขัดได้ หากช่วงนี้มีคู่นอนใหม่ ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยตลอดการมีเพศสัมพันธ์ หรือมีสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปพร้อมกัน
ปัสสาวะแสบขัดไม่ได้มาจากการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะเสมอไป เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบอาจต้องใช้ตัวอย่างสารคัดหลั่งหรือการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการติดเชื้อเรื้อรังบางชนิดอาจตรวจไม่พบด้วยการตรวจปัสสาวะทั่วไป หากอาการยังคงอยู่ ควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินความเป็นไปได้อื่น เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบชนิดอินเตอร์สติเชียล
หากเป็นสองครั้งภายในหกเดือนหรือสามครั้งขึ้นไปภายในหนึ่งปี ควรรับการประเมินทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุแฝง เช่น กระเพาะปัสสาวะถ่ายไม่หมดหรือนิ่ว ไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะที่เหลืออยู่เอง เพราะอาจทำให้หาสาเหตุได้ช้าลง
หากสงสัยท่อปัสสาวะอักเสบหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าทั้งคุณและคู่นอนจะรักษาครบและอาการหายไป คู่นอนในช่วงที่ผ่านมาอาจต้องได้รับการตรวจด้วย สอบถามแพทย์เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปได้
ปัสสาวะแสบขัดทั่วไปสามารถไปพบแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะที่คลินิกผู้ป่วยนอกก่อนได้ หากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดหลัง หรืออาการแย่ลงเร็ว ควรรีบพบแพทย์ หากมีอาการสับสน ง่วงซึมผิดปกติ หรือพูดลำบาก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
แหล่งอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Urination – painful
- NHS: Urinary tract infections (UTIs)
- NIDDK (National Institutes of Health): Bladder Infection (Urinary Tract Infection—UTI) in Adults
- NHS: Urethritis
- European Association of Urology (EAU): EAU Guidelines on Urological Infections
คำแนะนำจากแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
- หากปัสสาวะแสบขัดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ปวดหลัง หรือปัสสาวะเป็นเลือด ควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน
- ผู้ชาย หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เป็นซ้ำ เมื่อมีอาการปัสสาวะแสบขัด ควรให้แพทย์หาสาเหตุก่อนตัดสินใจวิธีดูแล
- หากสงสัยว่าเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรงดมีเพศสัมพันธ์และเข้ารับการตรวจ คู่นอนในช่วงที่ผ่านมาอาจต้องได้รับการประเมินด้วย
- อย่าใช้ยาปฏิชีวนะที่เหลืออยู่ที่บ้านเอง หากแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะ ควรใช้ให้ครบตามคำสั่งแพทย์
ปัสสาวะแสบขัดส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือการอักเสบ แต่สาเหตุมีได้มากกว่าหนึ่งอย่าง การสังเกตตำแหน่ง ช่วงเวลาที่ปวด และอาการร่วม แล้วเข้ารับการประเมินแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้หาสาเหตุและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมได้ หากมีอาการปัสสาวะแสบขัดหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ ควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะตรวจประเมินด้วยตนเอง