ภาวะน้ำอสุจิมีเลือดปน (hematospermia) คือการที่น้ำอสุจิที่หลั่งออกมามีเลือดผสมอยู่ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือการติดเชื้อของต่อมลูกหมากหรือถุงน้ำอสุจิ หรือหัตถการทางระบบทางเดินปัสสาวะที่เพิ่งได้รับ แม้มักไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็ยังควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินหาสาเหตุ
บางคนสังเกตเห็นน้ำอสุจิเป็นสีชมพู สีแดงสด หรือสีน้ำตาลหลังหลั่ง บางคนมีอาการเจ็บขณะหลั่ง ปัสสาวะไม่สบาย หรือปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย จึงรู้สึกกังวล
สาเหตุมีได้ตั้งแต่เลือดออกเล็กน้อยชั่วคราว การติดเชื้อ ไปจนถึงปัญหาต่อมลูกหมากส่วนน้อยที่ต้องติดตาม สิ่งสำคัญคือการตรวจที่เหมาะสมตามอายุ อาการ และความเสี่ยง แทนการคาดเดาเอง
สรุปสั้น ๆ: น้ำอสุจิมีเลือดปนคือการที่น้ำอสุจิที่หลั่งออกมามีสีของเลือด อาจเป็นสีแดงสด สีชมพู หรือสีน้ำตาล ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือการติดเชื้อของต่อมลูกหมากและถุงน้ำอสุจิ หรือหัตถการที่เพิ่งทำ เช่น การตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากหรือการทำหมันชาย บางคนตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจนและหายได้เอง ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง มีปัสสาวะเป็นเลือดหรืออาการทางการปัสสาวะร่วมด้วย และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มักได้รับคำแนะนำให้ประเมินอย่างละเอียดขึ้น การตรวจมักเริ่มจากการซักประวัติ วัดความดันโลหิต และตรวจปัสสาวะ แล้วจึงพิจารณาตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ หรือการตรวจอื่นตามความเสี่ยง
น้ำอสุจิมีเลือดปนคืออะไร? น้ำอสุจิสีแดงหรือสีน้ำตาลหมายถึงอะไร?
น้ำอสุจิส่วนใหญ่ประกอบด้วยของเหลวจากถุงน้ำอสุจิและต่อมลูกหมาก ตัวอสุจิเป็นเพียงส่วนน้อย เมื่อมีเลือดออกเล็กน้อยที่ต่อมเหล่านี้ ท่อนำอสุจิ หรือท่อปัสสาวะ เลือดก็อาจปนเข้าไปในน้ำอสุจิได้
น้ำอสุจิสีแดงสดหรือสีชมพูมักบ่งว่าเลือดเพิ่งออก ส่วนสีน้ำตาล สีสนิม หรือสีน้ำตาลเข้มมักเป็นเลือดที่ออกมาก่อนหน้านั้น บางครั้งอาจเห็นลิ่มเลือดเล็ก ๆ
ภาวะนี้มักไม่มีอาการอื่นร่วม อาจเห็นได้ติดต่อกันหลายครั้งที่หลั่งแล้วค่อย ๆ จางลง ความเข้มของสีไม่จำเป็นต้องบอกความรุนแรงของโรค
น้ำอสุจิสีผิดปกติคือมีเลือดปนเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป หากมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย เลือดที่ค้างในท่อปัสสาวะอาจทำให้น้ำอสุจิดูเหมือนมีเลือดขณะหลั่ง และเลือดจากคู่นอนระหว่างมีเพศสัมพันธ์ก็อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำอสุจิมีเลือดปน
ดังนั้นเมื่อมาพบแพทย์ แพทย์มักยืนยันก่อนว่าเลือดมาจากน้ำอสุจิจริงหรือไม่ แล้วจึงหาสาเหตุต่อไป
สาเหตุที่พบบ่อยของน้ำอสุจิมีเลือดปน
สาเหตุแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็นการอักเสบหรือการติดเชื้อ หัตถการที่เพิ่งทำหรือการบาดเจ็บ ปัญหาโครงสร้างของต่อมลูกหมากและถุงน้ำอสุจิ และปัจจัยทั่วร่างกาย และมีไม่น้อยที่ตรวจแล้วยังไม่พบสาเหตุชัดเจน
การอักเสบและการติดเชื้อของต่อมลูกหมาก ถุงน้ำอสุจิ หรือหลอดเก็บอสุจิเป็นสาเหตุที่พบบ่อย อาจมีอาการไม่สบายบริเวณฝีเย็บหรือท้องน้อย เจ็บขณะหลั่ง ปัสสาวะบ่อย หรือแสบขัดขณะปัสสาวะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่โรคต่อมลูกหมากอักเสบ หากมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่นกระเพาะปัสสาวะอักเสบร่วมด้วย แพทย์จะประเมินไปพร้อมกัน
ท่อปัสสาวะอักเสบหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ทำให้น้ำอสุจิมีเลือดปนได้ หากมีคู่นอนใหม่ มีหนองหรือสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ หรือเจ็บขณะปัสสาวะ ควรพิจารณาการติดเชื้อ เช่นหนองในร่วมด้วย
หลังหัตถการ เช่น การตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ การผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือการทำหมันชาย อาจมีน้ำอสุจิมีเลือดปนชั่วคราว และมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา
ในชายวัยกลางคนและสูงอายุ ต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้าย หลอดเลือดที่ผิวต่อมลูกหมากขยายตัว นิ่วหรือถุงน้ำในต่อมลูกหมากและถุงน้ำอสุจิ หรือท่อฉีดอสุจิอุดตัน ก็อาจเกี่ยวข้องได้
ปัจจัยอื่นที่เป็นไปได้ ได้แก่ การกระแทกบริเวณฝีเย็บ การหลั่งหลังงดเว้นเพศสัมพันธ์เป็นเวลานานหรือมีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไป ความดันโลหิตควบคุมได้ไม่ดี ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือการใช้ยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด หากใช้ยาเหล่านี้อยู่ อย่าหยุดยาเอง ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินร่วมกัน
น้ำอสุจิมีเลือดปนที่หาสาเหตุไม่พบพบบ่อยไหม?
ในทางคลินิก มีไม่น้อยที่ตรวจเบื้องต้นครบแล้วยังไม่พบสาเหตุชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่อายุน้อย เป็นเพียงครั้งเดียว และไม่มีอาการอื่น กรณีเช่นนี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
การไม่พบสาเหตุไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องประเมิน หากเป็นซ้ำ เป็นต่อเนื่องไม่หาย หรือมีอาการใหม่ตามมา ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินใหม่
น้ำอสุจิมีเลือดปนเป็นสัญญาณของมะเร็งได้ไหม?
น้ำอสุจิมีเลือดปนที่เกี่ยวข้องกับเนื้องอกพบได้ไม่บ่อย และงานวิจัยส่วนใหญ่พบว่าเกิดในชายอายุ 40 ปีขึ้นไปเป็นหลัก หากมีผลตรวจทางทวารหนักผิดปกติ ค่า PSA สูง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือน้ำหนักลดร่วมด้วย แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติม สำหรับการประเมินต่อมลูกหมาก อ่านได้ที่มะเร็งต่อมลูกหมาก: อาการ PSA และทางเลือกการรักษา
ไม่ได้หมายความว่าน้ำอสุจิมีเลือดปนคือมะเร็ง ส่วนใหญ่มีสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง แต่สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่า การประเมินให้ครบช่วยให้พบปัญหาที่ต้องดูแลได้เร็วขึ้น
| สาเหตุที่เป็นไปได้ | อาการหรือสถานการณ์ที่มักพบร่วม | แนวทางการประเมินที่อาจทำ |
|---|---|---|
| การอักเสบ/ติดเชื้อของต่อมลูกหมาก ถุงน้ำอสุจิ หรือหลอดเก็บอสุจิ | ไม่สบายบริเวณฝีเย็บหรือท้องน้อย เจ็บขณะหลั่ง ปัสสาวะบ่อย แสบขัด การติดเชื้อเฉียบพลันอาจมีไข้ | ตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อ หากจำเป็นเพาะเชื้อน้ำอสุจิหรือตรวจต่อมลูกหมาก |
| ท่อปัสสาวะอักเสบหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | มีสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ เจ็บขณะปัสสาวะ เพิ่งมีคู่นอนใหม่ | ตรวจปัสสาวะ คัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากจำเป็นให้คู่นอนรับการประเมินด้วย |
| หัตถการที่เพิ่งทำหรือการบาดเจ็บ | เกิดหลังตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก ทำหมันชาย ส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ หรือฝีเย็บถูกกระแทก | มักสังเกตอาการก่อน กลับมาพบแพทย์หากมีไข้ ปัสสาวะลำบาก หรือไม่หาย |
| ต่อมลูกหมากโต นิ่ว ถุงน้ำ หรือท่อฉีดอสุจิอุดตัน | ปัสสาวะไม่พุ่ง สายปัสสาวะเล็กลง ปัสสาวะกลางคืน หรือน้ำอสุจิมีเลือดปนซ้ำ ๆ | อัลตราซาวนด์หรืออัลตราซาวนด์ทางทวารหนัก หากจำเป็นตรวจ MRI |
| ปัจจัยทั่วร่างกาย | ความดันโลหิตสูง ฟกช้ำหรือเลือดออกง่าย ใช้ยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด | วัดความดันโลหิต ตรวจเลือดและการแข็งตัวของเลือด ปรึกษาแผนกที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม |
| เนื้องอกระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ (พบน้อย) | พบมากขึ้นในอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจมีปัสสาวะเป็นเลือด ค่า PSA หรือผลตรวจทางทวารหนักผิดปกติร่วมด้วย | PSA ตรวจทางทวารหนัก ตรวจภาพถ่ายทางรังสี หากจำเป็นส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะหรือตัดชิ้นเนื้อ |
ใครควรได้รับการตรวจละเอียดขึ้นเมื่อน้ำอสุจิมีเลือดปน?

แพทย์จะกำหนดขอบเขตการตรวจตามอายุ จำนวนครั้งที่เป็น และอาการร่วม โดยทั่วไปกรณีต่อไปนี้มักได้รับคำแนะนำให้ประเมินอย่างละเอียดขึ้น แทนการเฝ้าสังเกตเพียงอย่างเดียว
ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
น้ำอสุจิมีเลือดปนเป็นซ้ำ หรือผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น
มีปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะลำบาก มีไข้ หรือปวดบริเวณฝีเย็บหรืออัณฑะร่วมด้วย
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดกระดูก เลือดออกหรือฟกช้ำง่าย หรือความดันโลหิตควบคุมได้ไม่ดีมานาน
อายุน้อยและเป็นแค่ครั้งเดียว ต้องไปพบแพทย์ไหม?
น้ำอสุจิมีเลือดปนในชายอายุต่ำกว่า 40 ปีที่เป็นเพียงครั้งเดียวและไม่มีอาการอื่น ส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรงและอาจหายได้เอง การตรวจมักไม่ซับซ้อน เช่น ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต และตรวจปัสสาวะ
ถึงอย่างนั้นก็ยังควรไปพบแพทย์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือสาเหตุอื่นที่ต้องดูแลหรือไม่ ส่วนจะต้องตรวจอะไรบ้างขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์แบบพบตัว
น้ำอสุจิมีเลือดปนต้องตรวจอะไรบ้าง?

การตรวจมักเริ่มจากง่ายไปสู่การตรวจที่ละเอียดขึ้น เพื่อหาแหล่งที่มาของเลือด แยกโรคที่ต้องดูแลแต่เนิ่น ๆ และหลีกเลี่ยงการตรวจเกินความจำเป็น
ซักประวัติ วัดความดันโลหิต และตรวจร่างกาย
แพทย์จะถามจำนวนครั้งและระยะเวลาที่เป็น มีปัสสาวะเป็นเลือดหรือปวดร่วมด้วยหรือไม่ หัตถการที่เพิ่งทำ การมีเพศสัมพันธ์และยาที่ใช้ รวมถึงมีแนวโน้มเลือดออกง่ายหรือเคยเดินทางไปบางพื้นที่หรือไม่
การตรวจร่างกายอาจรวมถึงการวัดความดันโลหิต ตรวจอวัยวะเพศภายนอกและถุงอัณฑะ สำหรับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปหรือมีอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก แพทย์อาจตรวจทางทวารหนักเพื่อประเมินต่อมลูกหมาก
ตรวจปัสสาวะ น้ำอสุจิ และเลือด
การตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อช่วยประเมินการติดเชื้อหรือปัสสาวะเป็นเลือด หากสงสัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะตรวจคัดกรองที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม บางรายอาจต้องตรวจหรือเพาะเชื้อน้ำอสุจิ
การตรวจเลือดช่วยประเมินจำนวนเม็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด ชายอายุ 40 ปีขึ้นไปอาจปรึกษาเรื่องการตรวจ PSA หลังแพทย์อธิบายความหมายและข้อจำกัดของการตรวจ
การตรวจภาพถ่ายทางรังสีและการส่องกล้อง
หากเป็นซ้ำหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงกว่า แพทย์อาจตรวจอัลตราซาวนด์ระบบทางเดินปัสสาวะหรืออัลตราซาวนด์ทางทวารหนัก เพื่อดูต่อมลูกหมาก ถุงน้ำอสุจิ และท่อฉีดอสุจิ หากต้องการประเมินละเอียดขึ้นอาจตรวจ MRI
หากมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วยหรือสงสัยรอยโรคในท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ อาจพิจารณาส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นการตรวจแบบรุกล้ำ จึงต้องพิจารณาตามความเสี่ยงของแต่ละคน
| การตรวจ | วัตถุประสงค์หลัก | ข้อจำกัดที่อาจมี |
|---|---|---|
| ซักประวัติและวัดความดันโลหิต | ทราบลักษณะเลือดออก หัตถการที่เพิ่งทำ ยาที่ใช้ และปัจจัยทั่วร่างกาย | ต้องอาศัยประวัติที่ครบถ้วน บางสาเหตุยังต้องยืนยันด้วยการตรวจอื่น |
| ตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อ | ดูว่ามีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วยหรือไม่ | ผลครั้งเดียวอาจได้รับผลจากวิธีเก็บตัวอย่าง ต้องแปลผลร่วมกับอาการทางคลินิก |
| คัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | หาการติดเชื้อที่อาจทำให้ท่อปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากอักเสบ | ต้องเลือกรายการตามประวัติความเสี่ยง บางรายการต้องรอผล |
| ตรวจเลือด (เม็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด PSA) | ประเมินแนวโน้มเลือดออกและความเสี่ยงเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก | PSA อาจได้รับผลจากการอักเสบ การหลั่ง หรือหัตถการที่เพิ่งทำ ต้องให้แพทย์แปลผล |
| อัลตราซาวนด์ / อัลตราซาวนด์ทางทวารหนัก | ดูนิ่ว ถุงน้ำ หรือการอุดตันในต่อมลูกหมาก ถุงน้ำอสุจิ และท่อฉีดอสุจิ | รอยโรคขนาดเล็กอาจมองเห็นยาก การตรวจทางทวารหนักอาจไม่สบายชั่วคราว |
| MRI | ประเมินโครงสร้างต่อมลูกหมากและถุงน้ำอสุจิได้ละเอียดขึ้น | ใช้เวลานานกว่า มักใช้ในรายที่เป็นซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง |
| ส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ | ดูภายในท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะโดยตรง | เป็นการตรวจแบบรุกล้ำ อาจไม่สบายชั่วคราว มีเลือดออก หรือเสี่ยงติดเชื้อ |
น้ำอสุจิมีเลือดปนรักษาอย่างไร? หายเองได้ไหม?
น้ำอสุจิมีเลือดปนเป็นเพียงอาการแสดง การดูแลจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ ไม่ใช่แค่ “ห้ามเลือด”
ผู้ที่อายุน้อย เป็นครั้งเดียว และตรวจไม่พบความผิดปกติ มักใช้การเฝ้าสังเกตเป็นหลัก ส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ ระหว่างนี้ให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีและอาการใหม่
หากตรวจพบการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะตามการประเมิน และคู่นอนอาจต้องตรวจและรักษาด้วย ส่วนน้ำอสุจิมีเลือดปนชั่วคราวหลังตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากหรือทำหมันชาย มักเพียงเฝ้าสังเกตและมาตรวจตามนัด
หากเกิดจากนิ่ว ถุงน้ำ ท่อฉีดอสุจิอุดตัน หรือหลอดเลือดขยายตัวในต่อมลูกหมากหรือถุงน้ำอสุจิ แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาหรือหัตถการส่องกล้องตามสถานการณ์ ส่วนปัจจัยทั่วร่างกาย เช่น ความดันโลหิตหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ต้องดูแลร่วมกับแผนกที่เกี่ยวข้อง
แต่ละวิธีมีผู้ที่เหมาะสม ข้อจำกัด และความเสี่ยงต่างกัน และสภาพของแต่ละคนก็แตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
เมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์?
ส่วนใหญ่สามารถนัดตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกตามปกติได้ แต่ควรรีบไปพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
มีไข้ หนาวสั่น หรือปวดบริเวณฝีเย็บหรือท้องน้อยมาก ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อเฉียบพลันของต่อมลูกหมากหรือหลอดเก็บอสุจิ
ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่ออก หรือมีลิ่มเลือดชัดเจนในปัสสาวะ
ถุงอัณฑะหรืออัณฑะบวมและปวดขึ้นมาทันที หรือน้ำอสุจิมีเลือดปนหลังฝีเย็บถูกกระแทก
มีเลือดออกหรือฟกช้ำง่ายที่ส่วนอื่นของร่างกาย หรือใช้ยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่แล้วเลือดออกมากขึ้น

ก่อนพบแพทย์ ควรจดวันที่และจำนวนครั้งที่เป็น การเปลี่ยนสี มีอาการปวดหรือปัสสาวะเป็นเลือดหรือไม่ การตรวจหรือผ่าตัดที่เพิ่งทำ และยาที่ใช้อยู่ จะช่วยให้แพทย์เข้าใจสถานการณ์ได้เร็วขึ้น
ยังแนะนำให้พบแพทย์หนึ่งครั้ง ในผู้ที่อายุน้อยและเป็นเพียงครั้งเดียว ส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรง แต่แพทย์ยังต้องตรวจว่ามีการติดเชื้อ ปัญหาความดันโลหิต หรือสาเหตุอื่นที่ต้องดูแลหรือไม่ ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยยิ่งควรประเมินให้ครบ
น้ำอสุจิมีเลือดปนโดยตัวเองมักไม่เป็นอันตรายต่อคู่นอน แต่หากสาเหตุอาจเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ควรใช้ถุงยางอนามัยหรืองดมีเพศสัมพันธ์ไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจและรักษาเสร็จ และให้คู่นอนรับการประเมินตามคำแนะนำของแพทย์
น้ำอสุจิมีเลือดปนชั่วคราวหลังหัตถการเหล่านี้พบได้ไม่น้อย อาจเป็นอยู่หลายสัปดาห์หรือหลายครั้งที่หลั่งกว่าจะค่อย ๆ จางลง หากมีไข้ ปัสสาวะลำบาก ปวดมาก หรือไม่หายไป ควรกลับมาพบแพทย์ก่อนนัด
น้ำอสุจิมีเลือดปนโดยตัวเองมักไม่ทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศโดยตรง แต่ความเจ็บปวดหรือความกังวลที่ตามมาอาจส่งผลต่อชีวิตทางเพศ หากกำลังวางแผนมีบุตรหรือมีปัญหาการมีบุตร ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาว่าต้องตรวจน้ำอสุจิเพิ่มเติมหรือไม่
บางรายอาจเกี่ยวข้องกับการหลั่งหลังงดเว้นนานหรือการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราว แต่ไม่ควรสรุปเองเช่นนั้น โดยเฉพาะหากเป็นซ้ำหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงกว่า ยังควรไปพบแพทย์เพื่อยืนยัน
แนะนำให้พบแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะก่อน แพทย์จะประเมินต่อมลูกหมาก ถุงน้ำอสุจิ และทางเดินปัสสาวะ หากพบปัจจัยทั่วร่างกาย เช่น ความดันโลหิตหรือการแข็งตัวของเลือด อาจส่งต่อหรือดูแลร่วมกับแผนกที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์
- European Association of Urology (EAU): EAU Guidelines on Sexual and Reproductive Health — Disorders of Ejaculation (6.8 Haemospermia)
- NHS: Blood in semen
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Blood in the semen
- Mathers MJ, Degener S, Sperling H, Roth S. Hematospermia—a Symptom With Many Possible Causes. Deutsches Ärzteblatt International (2017)
- Kumar P, Kapoor S, Nargund V. Haematospermia – A Systematic Review. Annals of The Royal College of Surgeons of England (2006)
คำแนะนำจากแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
- เห็นน้ำอสุจิมีเลือดปนอย่าเพิ่งตกใจ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ การติดเชื้อ หรือหัตถการที่เพิ่งทำ แต่ยังควรไปพบแพทย์หนึ่งครั้งเพื่อดูว่ามีสาเหตุที่ต้องดูแลหรือไม่
- ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง มีปัสสาวะเป็นเลือดหรืออาการทางการปัสสาวะร่วมด้วย หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดขึ้น
- ผู้ที่ใช้ยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด อย่าหยุดยาเอง ควรแจ้งยาที่ใช้ให้แพทย์ทราบเพื่อประเมินร่วมกัน
- หากมีไข้ ปัสสาวะลำบาก มีลิ่มเลือดชัดเจน หรือถุงอัณฑะบวมปวดขึ้นมาทันที ควรรีบไปพบแพทย์
น้ำอสุจิมีเลือดปนมักทำให้กังวล แต่สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรงและดูแลได้ สิ่งสำคัญคือการตรวจที่เหมาะสมตามอายุ อาการ และความเสี่ยง หาแหล่งที่มาของเลือดที่เป็นไปได้ แล้วจึงตัดสินใจรักษาหรือเฝ้าติดตาม หากพบว่าน้ำอสุจิมีเลือดปน ควรให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินด้วยตนเอง